งานเจ็บป่วยเรื้อรังในโรงพยาบาลตากสินมหาราช

เด็กเจ็บป่วยเรื้อรังในโรงพยาบาล สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี (2544 : 65) ได้ให้ ความหมายเด็กเจ็บป่วยเรื้อรังในโรงพยาบาลว่าเป็นเด็กที่เข้ารับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาล เนื่องมาจากการเจ็บป่วยด้วยโรคที่ต้องรับการรักษาพยาบาลติดต่อกันเป็นเวลานานในสถานพยาบาล โดยอยู่ในความดูแลของแพทย์ในระหว่างการรักษาพยาบาล ไม่สามารถมาโรงเรียนได้ ซึ่งอาจรวมไปถึง เด็กเจ็บป่วยเรื้อรังที่พักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน และต้องมาพบแพทย์เพื่อรับการบำบัดรักษาหรือติดตามผล เป็นระยะ ๆ กองการศึกษาเพื่อคนพิการ (2543 : 56) ให้ความหมายว่าโรคที่เด็กเป็นและมีผลให้เด็ก ต้องมารับการรักษาในแผนกผู้ป่วยเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่องตามอาการและกำหนดการรับการรักษา ของแพทย์เนื่องจากมีลักษณะอาการของโรคยืดเยื้อ มีความรุนแรงและไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ บางรายอาจมีอาการของโรคกำเริบรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ เด็กเจ็บป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ ส่วนใหญ่ ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคหัวใจ โรคไต โรคเลือด โรคมะเร็ง หรือเนื้องอก และโรคทางกระดูก

  นอกจากนี้ยังมีเด็กพิการทางร่างกายอันเนื่องมาจากสมอง (CP) เด็กออทิสติก เด็กที่ต้องเข้ารับ การผ่าตัดเพื่อแก้ไขความพิการบกพร่องของร่างกาย และโรคอื่น ๆนอกจากชนิดของโรคที่แตกต่าง กันแล้ว เด็กที่ป่วยด้วยโรคชนิดเดียวกันยังมีระดับอาการความรุนแรงของโรคที่มากน้อยแตกต่างกัน ซึ่งมีผลต่อความพร้อม ความสามารถทางการเรียน และการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ด้วย ครูจึงควรรู้จัก ลักษณะ อาการป่วยของโรคต่าง ๆ ในเด็กพอสังเขป รวมทั้งการดูแล ช่วยเหลือ และข้อควรปฏิบัติ ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้แก่เด็กป่วย แต่ละโรค โดยไม่ขัดกับการบำบัดรักษาทางแพทย์


กิจกรรมการสอน

กิจกรรมล้างมือ 7 ขั้นตอน
ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอาจเกิดการติดเชื้อในโรงพยาบาลได้ เนื่องจากในโรงพยาบาลมีแหล่งของเชื้อจุลชีพอยู่ทั้งจากตัว ผู้ป่วยด้วยกัน หรือจากอุปกรณ์ที่ใช้กับผู้ป่วย หรือในสิ่งแวดล้อม เช่น อากาศ ซึ่งพบว่าการแพรกระจายจะเป็นการแพร่กระจายเชื้อจากผู้ป่วยรายหนึ่ง ไปยังผู้ป่วยอีกรายหนึ่งผ่านมือของบุคลากร การควบคุมการแพร่กระจายเชื้อเหล่านี้ที่สำคัญคือ การทำความสะอาดมือ ดังนั้นการทำความสะอาดมือจึงเป็นสิ่งสำคัญ บุคลากรในโรงพยาบาลจึงต้องปฏิบัติตามอย่างถูกวิธีเพื่อลดการติดเชื้อในโรงพยาบาลไปสู้ผู้ป่วย
        การล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ อย่างถูกวิธี 7 ขั้นตอนในสถานที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานศึกษา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงพยาบาล เพื่อให้คนทุกกลุ่มวัย ทุกอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและผู้ปกครอง ให้มีสุขนิสัยที่ดีในเรื่องการล้างมือ เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ และเป็นการป้องกันโรคติดต่อต่าง ๆ 7 ขั้นตอนในการล้างมือ
1. ฝ่ามือถูกัน
2. ฝ่ามือถูหลังมือและถูซอกนิ้ว
3. ฝ่ามือถูฝ่ามือและถูซอกนิ้ว
4. หลังนิ้วมือถูฝ่ามือ
5. ปลายนิ้วถูขวางฝ่ามือ
6. ถูนิ้วหัวแม่มือ
7. ถูรอบข้อมือ

update to 24 ต.ค. 2555


กิจกรรมดนตรีบำบัด ดนตรีบำบัด คือ การนำดนตรี และกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับดนตรีมาใช้ประกอบในปัจจุบันมีการนำดนตรีมาใช้บำบัดโรคต่าง ๆ ได้อย่างมีผลดียิ่งทั้งโรคทางกายและทางจิตเวช มีการค้นพบว่าดนตรีใช้ลดอาการเจ็บปวดจากการคลอดจากการถอนฟัน รักษาคนที่มีความเครียดกังวล แยกตัวจากสังคม หรือคนพิการซ้ำซ้อนได้ดีตลอดจนผู้ป่วยจิตเภท ผู้มีพฤติกรรมถดถอย เหงาเศร้าได้ อีกทั้งยังได้นำดนตรีบำบัดมาใช้กับผู้ป่วยจิตเวชพบว่าผู้ป่วยมีอาการเรื้อรัง พฤติกรรมถดถอย แยกตัว จะกลับเข้าสู่สังคมได้อย่างรวดเร็ว ผู้เหงาเศร้าจะยิ้มแย้มได้ หลังจากไม่เคยยิ้มมานานแล้ว น่าแปลกใจที่เสียงเพลงสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนได้ ดนตรีบำบัดสามารถใช้ได้อย่างกว้างขวางในคนทุกเพศทุกวัยและดนตรียังช่วยกระตุ้นพัฒนาการในเด็กปกติได้โดยการผ่อนคลายความตึงเครียด เพิ่มความสุขและความมั่นใจ เตรียมเด็กให้พร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ โดยการฝึกประสาทหูให้รับฟังเสียงที่สูงต่ำ เรียนรู้การสร้างจินตนาการตามเสียงและจังหวะเพลง เรียนรู้การฟัง และการฝึกการทำความเข้าใจจากการสื่อสารกับครู ฝึกการเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะเพลง นอกจากนี้แล้วดนตรีบำบัดยังสามารถใช้รักษาภาวะเจ็บป่วยทางกาย เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคความจำเสื่อม ผู้ป่วยหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้ติดยาเสพติด ผู้ที่มีปัญหาทางจิต ผู้มีความเครียด คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้เจ็บป่วยในระยะสุดดนตรีบำบัดได้ถูกนำมาศึกษาวิจัยเพื่อใช้ในสถานการณ์ต่างๆ ได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ แม้แต่การคลอดบุตรก็มีการใช้เป็นที่ได้ผลเป็นอย่างดี ทำให้ทารกดูดนมและนอนหลับได้มากขึ้น ช่วยในการพัฒนาเด็กที่มีความบกพร่อง หรือเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เช่น เด็กพิการ เด็กที่มีสติปัญญาบกพร่อง เด็กออทิสติก "ดนตรีสามารถเบี่ยงเบนความสนใจหรือความหมกมุ่นในใจของคนเรา ให้หันเหออกไปจากจุดเดิมที่เป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ความเจ็บปวด…”

update to 24 ต.ค. 2555


บุคลากรผู้รับผิดชอบ

นางสาวพิมพ์สุภา อักษรสวาสดิ์

หัวหน้างานเจ็บป่วยเรื้อรังในโรงพยาบาล

นายจิรายุทธ เขียวมาก

ครูผู้สอน

นางสาวนภาพรรณ ทองคำ

ครูผู้สอน

นางสาวนภาพรรณ ทองคำ

ครูผู้สอน